หลักทั่วไปในการเก็บส่วนของพืชสมุนไพร

 

การเลือกเก็บส่วนที่เป็นยาอย่างถูกวิธีการนั้น จะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพของยาที่จะนำมารักษาโรคหากปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป ปริมาณตัวยาที่มีอยู่ในสมุนไพรนั้นๆก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ทำให้ยาที่ได้มานั้นไม่เกิดผลดีในการบำบัดรักษาโรคได้เท่าที่ควร

หลักการโดยทั่วไปในการเก็บส่วนของพืชสมุนไพร แบ่งออกได้ดังนี้ 

1. ส่วนรากและหัวของพืชสมุนไพร

2. ส่วนลำต้นและเปลือกไม้ของพืชสมุนไพร

3. ส่วนที่เป็นใบของพืชสมุนไพร

4. ส่วนที่เป็นดอกของพืชสมุนไพร

5. ส่วนที่เป็นผลของพืชสมุนไพร

 

พืชสมุนไพรไทยในส่วนที่เป็นรากจะทำหน้าที่ในการดูดซึมอาหารมาเลี้ยงส่วนต่างๆของต้นพืชสมุนไพร ส่วนของใบจะมีหน้าที่สำคัญในการสังเคราะห์แสง ปรุงอาหาร ทำให้เกิดการดูดและคายก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนที่เป็นดอกและผลของพืชสมุนไพรจะทำหน้าที่ในการแพร่ขยายพันธุ์พืชสมุนไพรต่อไป ส่วนต่างๆของพืชสมุนไพรนั้นล้วนแต่ทำหน้าที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นพืชสมุนไพรในสายพันธุ์ใดก็ตาม

พืชสมุนไพรไทยจะมีคุณลักษณะเฉพาะตัวที่สำคัญเช่น ชื่อ สี กลิ่น รูปและรส พืชสมุนไพรทุกชนิดจะมีชื่อเรียกเฉพาะเพื่อทำให้รู้ว่าเป็นพืชสมุนไพรชื่ออะไรเช่น กระเจี๊ยบ สะระแหน่ กระวาน ฯลฯ สีของพืชสมุนไพรทำให้เรารับรู้ได้ว่าสมุนไพรชนิดนั้นน่าจะมีคุณสมบัติพิเศษอะไรโดยดูจากสีเช่น เขียว แดง ม่วง ดำ ฯลฯ กลิ่นของพืชสมุนไพรไทยเป็นคุณลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาโรค เมื่อดมกลิ่นสมุนไพรไทยแล้วสามารถแยกได้เป็นกลิ่นต่างๆเช่น หอมชื่นใจ เหม็น ฉุนเหมือนยา ฯลฯ รสชาติของสมุนไพรไทยทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างว่าพืชสมุนไพรไทยนั้นมีรสชาติอย่างไรเมื่อสมุนไพรนั้นสัมผัสกับลิ้นเช่น รสหวาน ฝาด ชม เปรี้ยว จืด ฯลฯ รูปของสมุนไพรคือส่วนต่างๆของสมุนไพรไทยที่เราสามารถสัมผัสจับต้องได้เช่น ดอก ใบ ราก เปลือกสมุนไพร เมล็ด แก่นสมุนไพร กระพี้สมุนไพร ฯลฯ

 

การเก็บสมุนไพรมาทำเป็นยาต้องทำให้ถูกต้องตามหลักต่อไปนี้คือ

การใช้พืชสมุนไพรให้ถูกโรค เริ่มจากความถูกต้องในการวินิจฉัยโรคเพื่อที่จะเลือกใช้พืชสมุนไพรให้ตรงกับโรคเช่น ถ้าผู้ป่วยมีอาการถ่ายไม่ออก(ท้องผูก)ต้องใช้พืชสมุนไพรที่ให้ผลในการระบายท้อง หากเผลอไปใช้พืชสมุนไพรที่มีรสฝาดก็จะทำให้อาการถ่ายไม่ออก(ท้องผูก)หนักยิ่งขึ้น

การใช้พืชสมุนไพรให้ถูกต้น เนื่องจากในแต่ละท้องถิ่นจะเรียกชื่อพืชสมุนไพรชนิดเดียวกันในชื่อที่แตกต่างกันไป(มีหลายชื่อ)จึงควรให้ความสำคัญกับลักษณะรูปร่างทางกายภาพ(ภายนอก)ของพืชสมุนไพรมากกว่าชื่อที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น

การใช้พืชสมุนไพรให้ถูกส่วน ต้นพืชสมุนไพรแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ เช่น ราก ดอก ใบ เมล็ด ผล ฯลฯ ซึ่งแต่ละส่วนของพืชสมุนไพรจะออกฤทธิ์ในทางการรักษาโรคไม่เท่ากัน ดังนั้นการใช้พืชสมุนไพรให้เกิดประสิทธิผลเต็มที่จึงต้องใช้ให้ถูกส่วนด้วย

การใช้พืชสมุนไพรให้ถูกขนาด นั่นคือปริมาณพืชสมุนไพรที่จะต้องใช้รักษาอาการของโรคแต่ละโรคจะใช้ปริมาณสมุนไพรที่ไม่เท่ากัน หากใช้พืชสมุนไพรในปริมาณที่น้อยเกินไปจะเป็นการใช้ยาไม่ถึงขนาด การรักษาก็จะไม่ได้ผลดี ในทางกลับกันหากใช้พืชสมุนไพรมากเกินไปนอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองแล้วยังอาจเกิดโทษต่อสุขภาพร่างกายของผู้ป่วยได้

การใช้พืชสมุนไพรให้ถูกวิธี พืชสมุนไพรแต่ละชนิดจะมีการแปรรูปด้วยกระบวนการที่ต่างกัน บางชนิดต้องใช้แบบแห้ง(ตากแดดจนแห้ง) บางชนิดต้องใช้เหล้าโรงผสม บางชนิดต้องต้ม จึงจะสามารถดึงเอาตัวยาสมุนไพรออกมาจากพืชสมุนไพรได้ จึงต้องรู้วิธีการแปรรูปพืชสมุนไพรให้ถูกต้องด้วย

หลักการใช้ยาสมุนไพรไทยเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ต้องทำความรู้จักคุณสมบัติของสมุนไพรไทยทุกชนิดก่อนจะนำมาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บหรือบำรุงร่างกายได้อย่างถูกต้อง ตรงตามอาการของโรคเพื่อให้ผลที่ดีในการใช้ยาสมุนไพรไทยรักษาโรค

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: